ประวัติพัทลุง ตอนที่๒

แรกตั้งเมืองพัทลุง

สมัยอาณาจักรศรีวิชัย :

               ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 -20 บริเวณสันทรายทางฝั่งตะวันออกของทะเลสาบสงขลา มีสันทรายขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 5-12  เมตร ยาว ประมาณ 80 กิโลเมตร ชาวพื้นเมืองเรียกว่าแผ่นดินบก ซึ่งเป็นแผ่นดินเกิดใหม่ชายฝั่งทะเลหลวง ทำให้ผู้คนอพยพจากบริเวณฝั่งตะวันตก ของทะเลสาบสงขลาไปตั้งหลักแหล่งทำมาหากินมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ที่เป็นสันดอน มีการทับถมของตะกอน จากทะเลสาบ  มีที่ราบลุ่มกระจายทั่วไปเหมาะแก่การเพาะปลูกได้อย่างเพียงพอ  ประกอบกับเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลจากป่าและภูเขา จึงปลอดภัยจากไข้ป่า อีกประการหนึ่ง ด้วยพื้นที่ติดทะเลอ่าวไทย จึงเหมาะสมที่จะเป็นเมืองท่าติดต่อค้าขายทางทะเล  ในยุคนี้ชุมชนแถบแผ่นดินบกจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นเมืองท่าสำคัญในแหลมมลายูตอนเหนือ มีศูนย์กลางตั้งอยู่ที่เมืองสทิงพระ  เรียกชื่อเมืองว่าเมืองสทิงปุระ มีอำนาจครอบคลุมรอบลุ่มทะเลสาบสงขลาในราว พุทธศตวรรษที่ 12 เป็นชุมชนที่นับถือศาสนาพราห์ม มีฐานะเป็นหัวเมืองขึ้นกับอาณาจักรศรีวิชัย มีนโยบายทางเศรษฐกิจ และทางการทหารในการควบคุมเส้นทางการค้าผ่านคาบสมุทรมลายู ติดต่อกับอาณาจักรสำคัญยุคเดียวกันเช่น ฟูนัน ลังกาสุกะ

แผนที่แสดงเมืองบริวารของพัทลุง สมัยอาณาจักรศรีวิชัย

ตามจารึกในเพลาเมืองสทิงพระ กองโบราณคดี กรมศิลปากร

สมัยอาณาจักรตามพรลิงค์ :

               ต่อมาเมืองสทิงพระ ถูกกองทัพเรือจากอาณาจักรทะเลใต้ แถบชวา สุมาตรา ยกทัพมาทำลาย เมืองเสียหายยับเยิน พลเมืองต่างอพยพหนีภัยสงคราม ในขณะนั้นเมืองสทิงพระอ่อนกำลังลงมาก จนถูกพวกโจรสลัดยึดเมืองได้ จึงถอยร่นมาตั้งเมืองยังฝั่งทิศตะวันตกของทะเลสาบสงขลาบริเวณ บ้านโคกเมือง อ.เขาชัยสนในปัจจุบัน สันนิษฐานว่าชื่อเมืองพัทลุงน่าจะเกิดในยุคนี้   คือประมาณพุทธศตวรรษ ที่ 18-19 อำนาจครอบคลุมรอบทะเลสาบสงขลา แทนเมืองสทิงพระเดิม เริ่มรับอิทธิพลทางศาสนาจาก ลังกา ผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ

แผนที่ อาณาจักรตามพรลิงค์  (นครศรีธรรมราช) และเมืองในปกครอง 12   นักษัตร

               ขณะเดียวกัน แคว้นตามพรลิงค์  มีศูนย์กลางอำนาจอยู่ในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช  เจริญรุ่งเรืองเป็นแคว้นใหญ่ในภาคใต้  ถือกำเนิดตั้งแต่ พุทธศตวรรษ ที่ 7-8  มีกษัตริย์ราชวงศ์ ปัทมวงศ์ เป็นผู้ปกครอง สามารถขยายอำนาจเข้าปกครองดินแดนทั้งแหลมมลายู โดยแบ่งการปกครองในรูปแบบเมือง 12 นักษัตร พัทลุงต้องกลายเป็นเมืองบริวารของนครศรีธรรมราช ดังปรากฏในตำนานเมืองนครศรีธรรมราช ว่าเมืองพัทลุงเป็นเมือง หนึ่งใน 12 นักษัตรของนครศรีธรรมราช ใช้สัญลักษณ์ มะเส็ง(งูเล็ก) เป็นตราเมือง 

               เมืองพัทลุงมีความสัมพันธ์กับแคว้นนครศรีธรรมราชอย่างใกล้ชิด ดังเมืองพี่เมืองน้อง  เพราะแม้นพัทลุงเป็นเพียงเมืองในปกครองของนครศรีธรรมราช แต่มีลักษณะเป็นเมืองอิสระในทางการปกครองอยู่มาก  สังเกตจากสมุดเพลาตำรากล่าวว่า แต่เดิมนั้นเมืองพัทลุงเก่าครั้งตั้งอยู่เมืองสทิงพระ ทางฝ่ายอาณาจักร เจ้าเมืองเป็นฐานะ เจ้าพญา หรือ เจ้าพระยา ทางฝ่านศาสนจักรเมืองพัทลุง มีฐานะเป็นเมืองพาราณสี  แสดงให้เห็นว่าเมืองพัทลุงเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่  ศูนย์กลางจึงมีฐานะเป็นกรุง  คล้ายเป็นเมืองหลวงทีเดียว และมีความสำคัญทางพุทธศาสนามาก เปรียบได้กับเมืองพาราณสี(ชื่อกรุงที่เป็นราชธานีของแคว้นกาศีของอินเดีย)  ส่วน นครศรีธรรมราชเปรียบดุจเมือง ปาฏลีบุตร (เมืองหลวงแคว้น มคธ)  ดังนั้นแคว้นนครศรีธรรมราชและเมืองพัทลุง คงจะเคยเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนาในภาคพื้นอุษาอาคเนย์ 

สำหรับเมืองพัทลุง สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลทางศาสนามาจาก มอญ และลังกา  ประมาณ พ.ศ. 1800 เป็นต้นมา โดยพระสงฆ์ สายคณะลังกาป่าแก้ว ดังนั้นวัดสำคัญในสมัยนั้นไม่ว่าจะเป็น วัดสทัง วักสทิงพระ วัดเขียน วัดพะโค ล้วนขึ้นกับคณะลังกาป่าแก้วทั้งสิ้น

สมัยอาณาจักรสุโขทัย

               ในต้นพุทธศวรรษที่ 19 ขณะที่ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชแห่งกรุงสุโขทัย เพิ่งเริ่มรุ่งเรืองขึ้น ทางแคว้นนครศรีธรรมราชยังคงมีอำนาจทั่วแคว้นมลายู ดังปรากฏหลักฐานในจดหมายเหตุจีนว่า  จักรพรรดิของจีนเคยส่งทูตมาขอร้องอย่าให้สยาม(นครศรีธรรมราช) รุกรานหรือรังแก มลายูเลย  เมืองพัทลุงยังคงขึ้นกับแคว้นนครศรีธรรมราช  มีการเผยแพร่พุทธศาสนา และแลกเปลี่ยนทางด้านศาสนากับอาณาจักรสุโขทัยอย่างต่อเนื่อง

ติดตามอ่าน ตอนที่ 3 เร็วๆนี้ กดแชร์บทความ เป็นกำลังใจให้ทีมงานด้วยนะ

เรื่องโดย นายดอส ร้านอิ่ม ณ เมืองลุง

แอดไลน์ ติดต่อ แนะนำเรื่อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

shares