ประวัติพัทลุง ตอนที่๔

ตอนที่ 4 นี้เป็นตอนสุดท้าย เราจะได้เห็นภาพจังหวัดพัทลุงในปัจจุบันชัดเจนขึ้น

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

               รัชสมัย ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯให้ข้าหลวงออกมาสักเลขเมืองพัทลุง และให้เมืองพัทลุงเป็นเมืองชั้นโท ครั้นปี พ.ศ. 2328 เกิดสงคราม 9 ทัพ    พระยาพัทลุง(ขุนคางเหล็ก) พระมหาช่วย วัดป่าลิไลย์ ยกทัพไปรั้งศึก ต้านทัพพม่าไว้ที่บ้าน ท่าเสม็ด พระมหาช่วยใช้กลอุบาย ให้ไพร่พลที่ติดตามลากทางมะพร้าว ขณะยกทัพ พม่าหลงกลอุบายต่างนึกว่าทัพจากพัทลุง มีไพร่พลมหาศาล จึงพากันหนีแตกพ่ายในที่สุด พระมหาช่วยได้รับความดีความชอบแต่งตั้งเป็น พระยาช่วยทุกขราษฎร์(ต้นตระกูล ศรีสัจจัง และ สัจจะบุตร) หลังจากพระยาพัทลุง(ขุนคางเหล็ก)ถึงแก่อนิจกรรม ก็โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ขันศรีไกรลาศ เป็นเจ้าเมืองพัทลุง ได้ย้ายเมืองไปอยู่ที่ ศาลาโต๊ะวัก ฝั่งตรงข้ามกับโคกลุงไปทางทิศตะวันออก ต่อมามีศึกประชิดเมืองสงขลา ขุนไกรลาศไม่ได้ส่งกำลังไปช่วยเหลือ จึงถูกถอดออกจากตำแหน่ง เมื่อปี พ.ศ. 2334   รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  ทรงโปรดเกล้าให้  พระยาพัทลุง(ทองขาว) เป็นเจ้าเมืองพัทลุง และพระราชทานกระบี่อาญาสิทธิ์เป็นเกียรติยศ ภายหลัง  พระยาพัทลุง(ทองขาว)ได้ย้ายเมืองจากศาลาโต๊ะวัก ไปตั้งที่บ้านสวนดอกไม้ ฝั่งเหนือคลองลำปำ และปกครองเมืองพัทลุงสืบต่อกันมา

วังเจ้าเมืองพัทลุงที่ บ้านสวนดอกไม้ฝั่งเหนือคลองลำปำ

               สมัยรัชกาลที่ 5 ทรงปฎิรูปการปกครองเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล เมืองพัทลุงแบ่งการปกครองออกเป็น 3 อำเภอ คือ อำเภอกลางเมือง  อำเภออุดร(ควนขนุน) อำเภอทักษิณ(ปากพะยูน) เมืองพัทลุงขึ้นกับมณฑลนครศรีธรรมราช  และทรงโปรดเกล้าให้พระยายมราช(ปั้น สุขุม) เป็นข้าหลวงเทศาภิบาล และรัฐบาลได้ส่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด มาปกครองแทนเจ้าเมืองเดิม และลดตำแหน่งเจ้าเมืองเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง  สร้างที่ทำการเมืองพัทลุงขึ้น ที่ ต.ลำปำ  สำหรับว่าราชการแทนวังเจ้าเมือง

               ระบบมณฑลเทศาภิบาล ระยะแรกได้แต่งตั้งผู้ว่าราชการจาก เชื้อสายเจ้าเมืองพัทลุงเดิมก่อนเพื่อเป็นการถนอมน้ำใจ โดยแต่งตั้ง พระยาอภัยบริรักษ์(เนตร)ขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดจนถึง พ.ศ. 2442 ทรงมีมาตรการเด็ดขาด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากเมืองอื่น  แต่ช่วงระยะนี้มีการเปลี่ยนผู้ว่าราชการอยู่บ่อยๆ เนื่องจากชาวบ้านพื้นที่ ไม่เคารพเจ้าเมืองที่มาจากที่อื่น ทำให้แข็งข้อตอ่ทางการ ตั้งชุมนุมโจรขึ้นมากมาย ออกปล้นสะดม จนชาวบ้านทั่วไปได้รับความเดือดร้อนทั่วหัวระแหง

               พ.ศ.2452 รัชการที่ 6 ขณะทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เสด็จประพาสเมืองพัทลุง พระกาญจนดิษนฐ์บดี(อวบ ณ ถลาง) ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ต้องถูกปลดออกจากตำแหน่งเนื่องจาก ระงับโจรผู้ร้ายที่กำเริบอย่างหนักไม่ได้  จนถึงสมัยพระคณาศัยสุนทร (สา สุวรรณสาร) เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด  มีชุมนุมโจรที่ตั้งตัวเป็นใหญ่ ประกาศไม่ขึ้นกับเจ้าเมืองพัทลุง มีกฎระเบียบ ของชุมนุมตัวเอง ออกปล้นสะดม ในท้องที่ จังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช ตรัง  มีนาย รุ่ง ดอนทรายเป็นหัวหน้าชุมนุม นาย ดำ หัวแพร เป็นรองหัวหน้าชุมนุม ทางมณฑลได้ส่งพันตำรวจโทพระวิชัย ประชาบาล(บุญโกย เอโกบล)มาปราบจึงสงบลงระยะหนึ่ง

รูปปั้นดำหัวแพร

               พ.ศ.2467 ปัญหาโจรผู้ร้าย ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง เจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ อุปราชมณฑลปักษ์ใต้ ได้ขอพระบรมราชานุญาต ย้ายเมืองมาตั้งที่บ้านคูหาสวรรค์ เพื่อหนีปัญหาโจรผู้ร่าย และเพื่อประโยชน์ทางด้านการคมนาคมทางรถไฟ และเป็นที่ตั้งเมืองพัทลุงจนถึงปัจจุบัน

ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่าน อย่าลืม กดแชร์แบ่งปันสิ่งดี และเป็นกำลังใจให้กับทีมงานด้วยนะ

เรื่องโดย นายดอส บ้านอิ่ม ณ เมืองลุง

แอดไลน์ ติดต่อ แนะนำเรื่อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

shares