โอ พารา : ศิลปิน ผู้บริหาร และนักพัฒนา

จังหวัดพัทลุงมีศิลปินเยอะแยะมากมาย ถ้าจะนับกันจริงๆแล้วแทบจะทุกแขนงของวงการดนตรี ทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง เยอะแยะมากมายเต็มไปหมด วันนี้คอลัมน์ ฅนเมืองลุงจะพาทุกท่านมารู้จักเขาผู้นี้มากยิ่งขึ้น คนที่สร้างสรรผลงานเพลง ให้เป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ ร้องตามกันได้ทั้งเมือง กับ มหาลัยวัวชน ใช่แล้วครับ โอ พารา ผู้สร้างวงพัทลุง และเพลงมหาลัยวัวชน

ประวัติ เกิดวันที่ 10 มีนาคม 2527    เกิดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2527  เป็นชาว ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง

ประวัติการศึกษา

ชั้นประถมศึกษา โรงเรียนบ้านห้วยทราย จังหวัดพัทลุง

มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนตะโหมด จังหวัดพัทลุง

มัธยมศึกตอนปลาย การศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดภูเก็ต

ปริญญาตรี สาขา ศิลปกรรมดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏ จังหวัดภูเก็ต

ปริญญาโท สาขา การบริหารการจัดการภาครัฐ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

ปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ Doctor of Community Development Los Angeles

โอ พารา ยอนรับว่าตัวเองเป็นเด็กบ้านๆชนบท และภาคภูมิใจเสมอเมื่อได้ยินคำนี้ ที่ใครต่อใครใช้เรียก เพราะแม่กรีดยาง ส่วนพ่อเป็นลูกจ้างของสำงานกองทุ่นสวนยางพารา ใก้ลๆ บ้าน  มีพี่น้องสามคน โอ พาราเป็นคนสุดท้อง ชีวิตในวัยเด็กก็เติบโตขึ้นมาทามกลางสวนยางพารา ต้นไม้ที่ยืนแถวแนวตรง ราวกับรอทำความเคารพใครไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่รู้ๆคือตัวเขาเองกับแม่ต้องทำเคารพมันทุกๆเช้า เมื่อก้มลงเก็บ โอ พาราบอกว่า ตนเป็นคนเรียนหนังสือไม่ค่อยเก่ง แต่ก็พอเอาตัวรอดได้ ช่วงมัธยมพยายามพาตัวเองออกห่างสายวิทย์คณิต เลือกที่จะปลูกผักบุ้งหิ้วขี้วัวไปโรงเรียน แต่ก็ยังไม่จบ สุดท้ายก็จบ กศน. เพราะฉะนั้นอย่าถามเรื่องการสอบเอนทรานซ์  มีปัญหาช่วงเข้ามหาลัยเพราะมีสาขาเดียวที่เรียนได้ นึกในใจว่าดีเหมือนกันไม่ต้องเลือกให้ปวดหัว คือ ศิลปกรรมดนตรี หลักสูตรครู 5 ปี แต่เรียน 7 ปี(รักสถาบัน)

        ขณะที่เริ่มเข้าเรียนมหาวิทยาลัยปีแรก ได้ทำงานโดยการเล่นดนตรี ตามร้านอาหาร และสถานที่ต่างๆ หลังเลิกเรียน พูดง่ายๆว่าเจนจัดเรื่องการขึ้นเวทีการแสดง มีอัลบั้มเพลงรูปปกถ่ายเอกสารสีเป็นของตัวเอง เห็นแผ่นปลอมของตัวเองวางขายตลาดท้ายรถ รู้สึกดีใจจนบอกไม่ถูก อย่างน้อยๆแล้วมีคนรู้จักเพลงของตัวเอง ในนามของ “โอ พารา”  แถมยังแต่งเพลงให้เพื่อนๆรวมห้องส่งอาจารย์ จนเพื่อนรวมรุ่นจบหมด เหลืออยู่คนเดียว ก็ได้แต่บอกกับเพื่อนๆทุกคนว่า “มันต้องพันนี้แหละโหม๋เรา”บนถนนสายนี้อาจเดินช้ากว่าเพื่อนรวมรุ่นในช่วงเวลานั้น เพราะเก็บเกี่ยวรายละเอียดระหว่างทาง

บอกกับตัวเองว่าความงามระหว่างทางบางครั้งอาจสวยงามกว่าเป้าหมาย  ทุกๆคนต่างแยกย้ายกันไปทำงาน     บางคนรับราชการ  ทำงานบริษัท   โอ พาราเลือกที่จะกลับพัทลุงบ้านเกิด ทั้งๆ พร้อมๆกับความตั้งใจ คิดไว้ว่าบ้านเกิด มันต้องเกิดสิ่งดีๆ หลังจากเวลานั้นสิ่งแรกก็ได้เกิดขึ้นมาจริงๆ คือ เพลงมหาลัยวัวชน

ช่วงปี พ.ศ.2556 ด้วยความรักและคิดถึงในวิถีชีวิตชนบท หลังจากเรียนจบ เพลง มหาลัยวัวชน ก็ได้เกิดขึ้น   เป็นเพลงใต้ภาษาถิ่น     และได้สร้างเป็นภาพยนตร์ในเวลาต่อมา ร่วมทั้งอีกหลายๆบทเพลงได้เกิดขึ้นกลางกระท่อมสวนยางพาราเล็กๆ 

ถ้าถามถึงจุดสูงสุดบนถนนสายดนตรีนี้ โอพารา มีมุมมองว่า บนถนนสายนี้บอกเรื่องราวมากมาย บนถนนสายนี้ไม่มีขอบเขต บนถนนสายนี้ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องหมายจราจร คนทุกชนชั้นต้องสามารถสัมผัสได้ ที่สำคัญบนถนนสายนี้ต้องมีความอิสระ ทุกๆความลับ ทุกๆความรู้สึก ทุกๆความต้องการ บอกผ่านเสียงดนตรีโดยไม่ต้องเขินอาย สำหรับตัวเขาแล้วอะไรก็ตามที่ถูกจำกัด นั้นไม่ใช่ดนตรี และทิ้งท้ายสั้นๆด้วยคำว่า “ลมหายใจของผมเป็นอิสระ  เสียงดนตรีก็มีอิสระเช่นกัน” ดนตรีจึงไม่มีคำว่าที่สุด  จนกว่าวันนั้นของผมจะมาถึง 

 อะไรเป็นปัจจัยของความสำเร็จ โอพารา ได้ให้คำตอบไว้าน่าสนใจเลยทีเดียว

ผมต้องออกตัวก่อนนะคับ ผม กับ น้องๆวงพัทลุง และศิลปินทุกๆคนในค่ายพาราฮัท สำหรับผมแล้วยังถือว่าไม่ประสบความสำเร็จนะคับ เพราะทุกอาชีพต้องมีปัญหาและอุปสรรคให้แก้ไข และพัฒนาอยู่เรื่อยๆ ยิ่งมีซื่อเสียง หน้าที่ความรับผิดก็มากขึ้น การที่ผมและน้องๆวงพัทลุงเป็นอยู่ทุกวันนี้ เราเริ่มต้นจากความเรียบง่าย ที่แรกผมก็อยากตั้งซื่อวงเป็นภาษาอินเตอร์ แต่ดูท่าทางหน้าตาสำเนียงน่าจะไปไม่รอด ดังนั้น ผมจึงคำนึงถึงความเหมาะสม สิ่งที่เป็นตัวตนมากกว่ากระแส เมื่อมาจุดนี้แล้วภาษาที่เขียนคำร้อง เอาคำใต้ภาษาถิ่นที่เราถนัดไม่ต้องดัดแปลง ความบริสุทธิ์จึงเกิดขึ้น ผมไม่เคยคิดจะให้ศิลปินทุกๆคนในค่ายพาราฮัท มาเซ็นสัญญาผูกมัด ผมไม่เคยฟ้องร้องเรียกค่าลิขสิทธิ์จากใคร ยังยินดีด้วยซ้ำที่เขาเปิดเพลงผม  เสียงเพลงจากท้องถิ่นเข้าเมืองอย่างอิสระ เพลงใต้ไปภาคเหนือ ไปอีสาน ทั้งออกตก ทุกๆคนสามารถพกพากลิ่นอายความเป็นพัทลุงไปได้ทั่วประเทศ   

ตอนแรก เราได้รู้ที่มาที่ไป กันแล้วว่า กว่าจะมาเป็น โอ พารา และเพลง มหาลัยวัวชนในปัจจุบันนั้น ต้องใช้ความเชื่อ ความมุ่งมั่น อย่างมากจนมาถึงทุกวันนีี้ ในตอนต่อไป เราจะมาทำความรู้จักกับโอ พารา ในอีกมูมหนึ่งนั่นก็คือ นักพัฒนา หัวใจสำนึกรักบ้านเกิด กันครับ

กดแชร์ เป็นกำลังใจ ให้ โอ พารา ด้วยนะ และติดตามตอนต่อไปเร็วๆนี้     

แอดไลน์ พัทลุงอินโฟ ไม่พลาดเรื่องราวดีๆ                                   

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

shares