ปชช.ย้ำ ดูแลแก่งหูแร่ มากกว่าทำลาย กรมฯแจง บุกรุกต้องรื้อ

วันที่ 18 ตุลาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงสายวันนี้นายสุธี สุขสงค์ ผู้อำนวยการกรมเจ้าท่า จังหวัดสงขลาร่วมกับนายราม วสุธนภิญโญ ผอ.ปปช. ตรัง รักษาราชการแทน ผอ.ปปช.พัทลุง นำคณะเจ้าหน้าที่ เดินทางเข้าสำรวจธารน้ำแก่งหูแร่ พื้นที่ ต.บางแก้ว สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดพัทลุง พร้อมประชุมร่วมกับ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบางแก้ว เจ้าหน้าที่จากอำเภอบางแก้ว และ ผู้ประกอบการร้านค้า ริมธารน้ำแก่งหูแร่ ที่มีอยู่จำนวน 9 ราย เพื่อทำความเข้าใจหลัง

เพจ ชมรม strong- จิตพอเพียงต้านทุจริต จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพ ระบุว่า แก่งน้ำหูแร่หรือคลองหูแร่เป็นคลองขนาดใหญ่ คลองมีลักษณะคดเคี้ยวสองข้างตลิ่งอุดมด้วยพันธุ์ไม้มากมาย เช่นต้นตะแบก ปอ นุ่น มีรากไม้ระโยงระยางน้ำใสสะอาด พื้นคลองเป็นโขดหินและทราย ร้านค้าได้ทำเป็นเพิงลงไปในลำคลองมีสะพานทอดไปยังเพิงเหล่านั้น เรียกว่าสั่งอาหารมาทานกันกลางคลองได้เลย และยิ่งนานวันร้านอาหารต่างเริ่มเพิ่มมากขึ้นรุกล้ำลำน้ำสาธารณะเข้าไปเรื่อย ๆ

นายสุธี สุขสงค์ ผอ.กรมเจ้าท่า จังหวัดสงขลา ซึ่งรับผิดชอบดูแลในส่วนของจังหวัดพัทลุง ด้วยระบุว่า จากการลงสำรวจพื้นที่วันนี้พบอุปสรรค น้ำในลำคลองมีปริมาณมาก จึงทำให้ดูในลำคลองไม่ได้ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นบริเวณริมฝั่งคลองหูแร่ พบมีการบุกรุกพื้นที่บางส่วน แต่ไม่ใช่ผู้ประกอบการทุกราย ซึ่งในส่วนนี้คณะเจ้าหน้าที่ได้มีการทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการส่วนที่มีการลุกล้ำลงไปในน้ำแล้วว่าขอให้มีการรื้อถอนออกไป

นายสุธี ฯ ยังบอกด้วยว่า ส่วนที่ปรากฏภาพในโชเชี่ยว ที่เป็นศาลานั่งทานอาหารจากการตรวจสอบพบว่าไม่ใช่สิ่งล่วงล้ำลำน้ำ เป็นที่นั่งที่ผู้ประกอบการนำไปวาง โดยไม่ได้ลงหลักปักฐาน ที่สำคัญสามารถเคลื่อนย้ายขึ้นมาจากน้ำได้ จึงไม่ถือว่ามีความผิด สามารถกระทำได้ แต่ขอให้ทางหน่วยงานในพื้นที่ คอยดูแลเรื่องการจัดระเบียบการจัดวางที่เหมาะสมต่อไป

อย่างไรก็ดีหลังจากระดับน้ำลำคลองลดลง เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าจะลงพื้นที่อีกครั้งเพื่อตรวจสอบว่าส่วนที่เป็นการลุกล้ำ หรือส่วนไหนไม่ลุกล้ำ แต่ในส่วนที่ลุกล้ำก็จะต้องทำการรื้อถอนให้แล้วเสร็จอย่างน้อยภายใน 30 วันและไม่เกิน 1 ปี ตามการพิจารณาการรื้อถอนของทางเจ้าหน้าที่

นายวิชาญ แสงจันทร์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 บ้านหูแร่ ต.ท่ามะเดื่อ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง กล่าวว่าจากการลงสำรวจของคณะเจ้าหน้าที่ในวันนี้ยังชี้ไม่ได้ว่าตรงไหนที่เป็นของกรมเจ้าท่า ที่มีการลุกล้ำ ก็ต้องรอความชัดเจนของกรมเจ้าท่าอีกครั้ง หากกรมเจ้าท่าสั่งรื้อ ผู้ประกอบการที่เป็นชาวบ้านในพื้นที่ ก็ต้องรื้อตามกฎหมาย

แต่ถามว่ามีผลกระทบกับเรื่องการท่องเที่ยวของพื้นที่อำเภอบางแก้ว ซึ่งมีลำธารแก่งหูแร่ อยู่เพียงแห่งเดียว หรือไม่ ต้องบอกว่ามีผลกระทบอย่างแน่นอน ทั้งผู้ประกอบการร้านค้า และชาวบ้านในชุมชน ที่นำผลไม้ และพืชผักตามฤดูกาลมาขายให้กับนักท่องเที่ยว และทำให้มีรายได้บ้างก็จะได้รับความเดือดร้อน ทั้งที่การประกอบการของชาวบ้านตลอดระยะเวลา 40 ปี ไม่เห็นว่าผู้ประกอบการซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่จำทำลายสิ่งแวดล้อม วางหรือก่อสร้างอะไรที่ขวางทางน้ำ ทั้งยังช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสองฝั่งคลองอีกต่างหาก

ภาพ/ข่าว เมืองลุงโพสต์

แอดไลน์ ติดต่อ แจ้งข่าว

แอดไลน์ พัทลุงอินโฟ
เรื่องราวเล่าขาน ตำนานต่างๆน่าสนใจในพัทลุง
เรื่องราว ตำนาน เล่าขานต่างต่างมาร้อยเรียงให้ลูกหลานได้รับรู้
รับทำข้าวกล่อง ราคาถูก
แชร์เรื่องนี้